หลังจากโดนป๊าบ่นทีเดียว อาทิตย์นี้โดนเรียกสัมภาษณ์งานตั้ง 2 บริษัทแน่ะ
แต่ขอโทษนะ,,,ซีนสมัครไปเกือบจะ 30 บริษัทแล้วมั๊งเนี่ย - -''
เมื่อวาน ก้อไปสัมภาษณ์ที่บริษัท publishing แห่งนั้นมาเรียบร้อย
ก้อแต่งตัวแบบคนหางานอ่านะ เชิ้ตขาว กระโปรงดำ สูทสีเข้ม และใส่คัทชู
เข้าใจง่าย ๆ ก้อคือ แต่งชุดนิสิต และสวมสูททับ ^^''
ยังไม่มีงานทำ ยังไม่ค่อยโดนเรียกตัว เลยยังไม่ได้ไปช้อปชุดทำงาน
คนสัมภาษณ์เป็นคนอเมริกัน หุ่นดี ผมบลอนด์ สวยมาเชียว ,, ขอเรียกว่าเจ๊คิมนะ
แล้วเราก้อไปทำการสัมภาษณ์กันที่ริมสระน้ำ อากาศร้อนอบอ้าวด้วยนะ
แต่... พอเค้าถาม "We can always go inside if you hot"
ซีนก้อมารยาทดีอีกตามเคย "Oh.. it's fine. We can sit here"
แต่ในความเป็นจริง ร้อนมากก ใส่สูทนั่งริมสระ พระเจ้า !! ไม่ไหวจะเคลียร์
เจ๊คิม เริ่มอธิบายข้อมูลบริษัท ว่าทำอะไร บริษัทแม่อยู่ที่ไหน
จากที่ซีนเข้าใจคือ เค้าจะทำหนังสือ เน้นทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
สัมภาษณ์คนระดับสูง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจ
(หนังสือตัวอย่างที่เค้าเอามาให้ดูคือของดูไบ และมาเลเซีย)
ซึ่งซีนก้อจะต้องนัด ขอเข้าพบกับบุคคลเหล่านั้น และถ้าขอนัดได้สำเร็จก้อจะมีเงินพิเศษให้
เออ ดีวุ๊ยส์ เค้ามีแต่ได้ค่าคอมจากการขาย เราได้ค่าคอมจากการขอนัดพบ
แต่ถ้าเค้าเอาเงินมาจูงใจแบบนี้ แสดงว่ามันก้อต้องยากน่ะสิ -*-
เจ๊คิมก้อแจกนามบัตร และแจก Job description ให้เลย
ใน นสพ. เค้าลงว่าตำแหน่ง Assistant นะ,, แต่เอาจริง ๆ มันคือ Project Co-ordinator
เวลาทำงาน : 8.30-18.30 o_O ยาวนานเหลือเกินนน U__U
เจ๊คิมจะกลับอเมริกาศุกร์นี้ อยากได้คนที่เริ่มงานได้ทันที >>
เจ๊คิมก้ออธิบายเป็นข้อ ๆ หน้าที่ของงานเหมือนเป็นเลขา + จัดซื้อ + ทวงหนี้ รวม ๆ กัน
ส่วนของงานเลขา >> โอย..สบายมาก ติดต่อคนนู้น ขอนัดคนนี้ สรุปตารางประชุมของเจ๊คิม
บอกเส้นทางในแต่ละจุดหมายให้คนขับรถ เตือนให้เจ๊คิมจ่ายบิลต่าง ๆ
ส่วนงานจัดซื้อ >> ได้อยู่ ๆ office stationary อันไหนจะหมด ก้อไปซื้อมาเติม
ส่วนงานทวงหนี้ >> ในนั้นมันบอกว่า sending invoice and chasing the debts
แปลกใหม่นะ ไม่เคยทำ invoice คือไรยังไม่รู้เล้ยยยย
ขั้นตอนของงานจะเริ่มตั้งแต่รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์
หาโฆษณา (แต่อันนี้ซีนไม่ต้องทำ ไม่งั้นคงเป็น AE อีกตำแหน่ง - -'')
ตาม artwork ให้ทัน dead line ที่กำหนด
ส่ง invoice และตามเก็บบิลจากไอ้บริษัทที่มาลงโฆษณากับเรา
เนื้อหาหนังสือจะมี editorial manager และ analyst มาจัดการ
ต้นฉบับต้องเสร็จภายในเมษา ปี '09 หนังสือจะส่งไปพิมพ์ที่อิสตัลบูล
และบางส่วนจะส่งกลับมาที่ไทย เพื่อจะได้ส่งให้คนใหญ่คนโตทั้งหลาย ที่เราถ่ายรูปเค้ามาลงในหนังสือ
ซึ่งซีนก้อต้องคอยดู และตามงาน ว่าหนังสือได้รับครบตามรายชื่อมั๊ย
สุดท้ายก้อจัด Press release เปิดตัวหนังสือ... เป็นอันจบขั้นตอน
ฟังดูน่าตื่นเต้นดีนะ ทำงานในบริษัท publishing แบบนี้
แต่... ทั้งหมดนั่นน่ะ ซีนทำคนเดียวอ่ะเด่ะ แค่คิดก้อเหนื่อยแล้ว
เนื่องจากบริษัทแม่อยู่ที่อังกฤษ เงินเดือนก้อจะโอนมาจากที่นู่น
ได้ราว £400 หรือ $800 >> ตาเริ่มลุกวาวอีกรอบ ได้มากกว่าที่ตั้งไว้อีก
ไม่ต้องเสียภาษี แต่ไม่มีประกันหรือกองทุนอะไรทั้งนั้น
ดีเนอะ ภาษีก้อไม่ต้องจ่าย ไม่เดินหักประกันสังคมหรือกองทุนสำรองด้วย
กลับบ้าน มาเล่าให้หม่าม๊าฟัง... ม๊าไม่คิดยังงั้นน่ะสิ
ความคิดม๊าคือ ภาษีไม่ต้องจ่ายน่ะดี แต่เบิกค่ารักษาไม่ได้นี่มันไม่ดี
เท่านั้นแหละ เค้าเลยบอกว่า วันที่เค้าโทรมา offer งาน ควรจะต่อรองนะ
พร้อมทั้งลิสต์รายการที่ควรต่อรอง เช่น ค่าน้ำมัน, ค่าทางด่วน, OT , Vacation, Holiday ฯลฯ
แต่พอมาคุยกะเค เกี่ยวกับเรื่องที่จะต่อรอง
เคกลับไม่เห็นด้วยเรื่องขอค่าน้ำมันและทางด่วน เหตุเพราะเราไม่ใช่ sales นะ เบิกไม่ได้หรอก
แถมเงินเดือนที่เค้าเสนอ ก้อเยอะพอแล้วสำหรับคนเพิ่งจบ
ตอนม๊าพูด ซีนก้อเข้าใจ และเห็นดีเห็นงามตามม๊านะ
และตอนเคพูด ซีนก้อเข้าใจ และเห็นด้วยในสิ่งที่เคห้าม
งงกะใจตัวเอง เอายังงัยเนี่ย ? คนนั้นพูดที ก้อเห็นด้วย คนนี้พูดที ก้อเห็นด้วย
แต่แหม... ไม่เคยทำงานอ่า จะไปรู้เรื่องแบบนี้ได้งัย >_<
วันนี้ ช่วงเย็น ๆ เจ๊คิมก้อโทรมาตามที่นัด
ไอ้เราก้อติดสัมภาษณ์งานอีกที่นึงอยู่ ไม่ได้รับสาย
นั่งคิดข้ออ้างเป็นภาษาอังกฤษอยู่ตั้งนาน กว่าจะตัดสินใจโทรกลับไป
เจ๊คิมไม่รับสายว่ะ O_O รึว่า...พอเราไม่รับ เค้าเลยเสนองานให้คนอื่นไปแล้ว
จิตใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที ลอยไปแล้ว เงินหลายหมื่นของฉานนน U_U
ชั่วโมงกว่า ๆ เจ๊คิมก้อ sms กลับมา "Congratualation !
."
จิง ๆ ก้อเข้าข้างตัวเอง ว่าเราต้องได้อยู่แล้วล่ะ ภาษาระดับนี้ กรั่ก ๆ
จากที่หาข้อมูลมา "Don't say YES right away, do negotiate the offer"
ก้อเลย say thank you และแกล้งถามถึง Employment Contract แทน
แต่ก้อโดนตัดบท "Ok then, please meet me at 4 and we'll discuss everything"
ง่ะ มาอีหรอบนี้ แล้วซีนจะต่อรองตอนไหนล่ะเนี่ย - -''
ถ้าไปตามนั้น ก้อเท่ากับเราตกลงตามข้อเสนอ แต่ถ้าไม่ไป เราก้อดูไม่ดีอีก
แต่นัดก้อต้องเป็นนัด ซีนว่าซีนจะไปล่ะ
ที่แพลนไว้คือ จะต้องชิงพูดถึง Employment contract ก่อน
เพราะถ้า once เจ๊คิมอธิบายงานปุ๊ป ซีนจะหมดโอกาสต่อรองทันที (ใช่มั๊ย ?)
ตอนนี้ เลยไม่แน่ใจสถานภาพตัวเองว่า นี่กุมีงานทำ รึยังเนี่ย ??